เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

ผลการดำเนินงาน
5.3 เท่า
ผลตอบแทนจากการลงทุนโครงการ The Power of Dream
46.2%
จำนวนพนักงานที่เข้าร่วมโครงการ (2,586 คน)
เป้าหมาย
3 เท่า
ผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจากผลลัพธ์ของการทําโครงการ The Power of Dream จากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
20%
จำนวนพนักงานที่เข้าร่วมโครงการ (1,120 คน)

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เชื่อมั่นว่า “นวัตกรรม” คือ ทุนทางปัญญา อันเป็นรากฐานสำคัญและเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่สอดแทรกอยู่ในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ และหลอมรวมอยู่ในทุกมิติของกระบวนการทำงานเพื่อขับเคลื่อนมิติความยั่งยืน ESG ทั้ง 3 ด้านอย่างเป็นระบบ โดยนวัตกรรมจะไม่ถูกแยกขาดเป็นหัวข้อเดี่ยว แต่จะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ ที่เชื่อมโยงเป้าหมายทางธุรกิจเข้ากับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างลงตัว สอดคล้องตาม "4 ความเชื่อขององค์กร" เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งอนาคตที่ปรับตัวว่องไว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านและการผสานรวมนวัตกรรมล่าช้า

ความท้าทายจากสภาพแวดล้อมภายนอกและเทคโนโลยีที่ผันผวนอย่างรวดเร็ว หากบริษัทฯ ติดตามหรือบูรณาการนวัตกรรมเข้าสู่กระบวนการดำเนินงานหลักล่าช้า อาจส่งผลให้โมเดลธุรกิจ การบริหารจัดการสินทรัพย์ และรูปแบบการบริการ ไม่สามารถตอบสนองพฤติกรรมและความคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค แบรนด์ร้านค้าพันธมิตร และชุมชนรอบฐานการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและโอกาสในการสร้างรายได้ระยะยาวขององค์กร ตลอดจนข้อจำกัดในการบริหารต้นทุนการพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลและการยกระดับทักษะของพนักงาน หากขาดระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการเชื่อมโยงข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ อาจก่อให้เกิดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อนภายในองค์กร

โอกาสในการบูรณาการนวัตกรรมเพื่อยกระดับระบบนิเวศธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวแห่งอนาคต

ในการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว โดยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติมาเพิ่มความคล่องตัวรวดเร็วในกระบวนการทำงานภายในองค์กร ควบคู่ไปกับการพัฒนาแพลตฟอร์มและบริการรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ของลูกค้าและแบรนด์ร้านค้าพันธมิตรอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ นวัตกรรมยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในการคว้าโอกาสด้าน "นวัตกรรมสีเขียว" ทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะเพื่อลดการใช้พลังงานในอาคาร การลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานสะอาด ตลอดจนการเปิดรับเทคโนโลยีวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำที่มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บคาร์บอน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรหน้าสาขา ลดผลกระทบเชิงลบทางนิเวศน์ และนำพาองค์กรพร้อมด้วยพันธมิตรสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ได้อย่างยั่งยืน

นวัตกรรมยังช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นในการบริหารจัดการนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ โดยผสานนวัตกรรมเข้ากับทุกกระบวนการในห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ ทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ การปรับปรุงกระบวนการภายใน และการเสริมสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เป้าหมายของบริษัทฯ คือการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน และช่วยให้บริษัทฯ สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค

นวัตกรรมที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกและความคิดเห็นของลูกค้าเป็นแนวทางหลักในการปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง บริษัทฯ ดำเนินการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ความคิดเห็น และศึกษาปัญหาหรือความท้าทายที่ลูกค้าพบเจอ เพื่อนำมาออกแบบบริการที่สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการปรับปรุงและพัฒนานี้ใช้แนวคิด Kaizen และ PDCA (Plan-Do-Check-Act) ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยให้สามารถปรับปรุงกระบวนการได้อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นไปที่การลดข้อผิดพลาด เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าและผู้ใช้บริการ การดำเนินงานตามแนวทางนี้ทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าในทุกจุดสัมผัส รวมถึงช่วยให้สามารถนำเสนอบริการที่มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

นวัตกรรมภายในองค์กร

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) สนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมจากภายในองค์กร โดยกระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วมในการนำเสนอแนวคิดและแนวทางใหม่ ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และปรับปรุงกระบวนการทำงาน ผ่านโครงการ "The Power of Dream" ที่นำ 4 ความเชื่อของบริษัทฯ โดยเฉพาะความเชื่อ ‘พัฒนาสิ่งใหม่อย่างไม่หยุดนิ่ง’ มาดำเนินการให้เกิดขึ้นจริงเป็นวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานจากทุกระดับสามารถนำเสนอแนวคิดนวัตกรรมที่สามารถนำไปพัฒนาและประยุกต์ใช้ได้จริง สร้างบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยน และการแบ่งปันความรู้ให้เกิดขึ้นในองค์กร โดยมีการพัฒนาและยกระดับรูปแบบอย่างต่อเนื่องในทุกปี ตั้งแต่ปี 2553 จากเวทีนำเสนอไอเดียสู่การเป็นแพลตฟอร์มบ่มเพาะนวัตกรรมเต็มรูปแบบที่มุ่งเน้นผลลัพธ์เชิงพฤติกรรมและการประยุกต์ใช้จริง โดยบริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินงานให้มีความยืดหยุ่นและก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการเรียนรู้และปลดล็อกศักยภาพของพนักงานในทุกระดับให้พร้อมร่วมขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืน ปัจจุบันบริษัทฯ มีการวางกลไกการบ่มเพาะไอเดียสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ ดังนี้

การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร

จัดกระบวนการเรียนรู้เชิงลึกเพื่อสร้างพื้นฐานความเป็นนักคิดและนักพัฒนานวัตกรรม (Dreamer) อาทิ หลักสูตรการคิดเชิงออกแบบ และหลักสูตรการบริหารจัดการโครงการ เพื่อให้พนักงานมีเครื่องมือในการแปลงแนวคิดให้เป็นโครงงานที่จับต้องได้

การสร้างแรงบันดาลใจและสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง

จัดกิจกรรม Boost Camp เพื่อให้พนักงานได้เปิดรับแนวคิด แลกเปลี่ยนมุมมอง และเรียนรู้วิธีการพัฒนานวัตกรรมจากกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จทั้งภายในและภายนอกองค์กร ช่วยทลายกำแพงความคิดและกระตุ้นการมีส่วนร่วมในวงกว้าง

ระบบการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ

จัดให้มีกลุ่มผู้บริหารระดับสูง และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (External Coaching / Business Presentation Clinic) คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางการพัฒนาโครงการ เพื่อขัดเกลาแนวคิดให้แหลมคม ตรงประเด็น สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ และสามารถนำไปทดลองใช้งานจริง ในพื้นที่ศูนย์การค้าและสาขาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยพัฒนาแพลตฟอร์มและโซลูชันดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ผู้เช่า และคู่ค้า ตัวอย่างสำคัญของนวัตกรรมในด้านนี้ ได้แก่ Central X , Central Offices และ Central Pattana SERVE

นอกจากนี้ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล รวมถึงการพัฒนา Big Data Analytics เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความซับซ้อนและนำไปใช้ประโยชน์ในการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ การพัฒนาในด้านนี้ช่วยให้บริษัทฯ สามารถสร้างสรรค์โซลูชันที่สามารถคาดการณ์แนวโน้มของตลาดได้ล่วงหน้า และตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีดิจิทัล

บริษัทฯ นำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน และการทำตลาดแบบ Omnichannel เพื่อตอบสนองผู้มีส่วนได้เสียที่เป็นสำคัญ ได้แก่ ลูกค้า ร้านค้า คู่ค้า และพนักงาน ให้เกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจยิ่งขึ้น สร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้น และอำนวยความสะดวกให้คล่องตัวมากขึ้น อีกทั้งนำมาจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสารสนเทศและการวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ดังนี้

กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีดิจิทัล

  • Central X ซึ่งเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มหลักในการเชื่อมโยงและยกระดับประสบการณ์ของกลุ่มลูกค้าผู้ใช้บริการ โดยนำเทคโนโลยีข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อส่งมอบสิทธิประโยชน์เฉพาะบุคคล ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างแม่นยำ ควบคู่ไปกับการติดตั้งนวัตกรรมบริการภายในพื้นที่ ทั้งระบบแผนที่นำทางอัจฉริยะ และระบบจัดการที่จอดรถดิจิทัลแบบครบวงจร เพื่อเพิ่มความสะดวก ปลอดภัย และลดความล่าช้าในทุกมิติของการเข้ามาใช้บริการ
  • @centralLife บนแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อสื่อสารและเชื่อมต่อกับลูกค้าแบบ one-on-one เลือกตามโลเคชันสาขาที่ลูกค้าใช้บริการ
  • ระบบ Cashless Payment Parking ชำระค่าที่จอดรถแบบดิจิตอลไร้สัมผัส โดยลูกค้าสามารถชำระค่าจอดรถผ่านจุดบริการ Kiosk e-Payment ได้ด้วยตนเอง ให้บริการในศูนย์การค้า 10 แห่ง https://www.facebook.com/reel/1855234581343401

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีดิจิทัล

  • Central Offices แพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวมศูนย์การบริหารจัดการพื้นที่ทำงานยุคใหม่ โดยผสานเทคโนโลยีระบุตัวตนอัจฉริยะเพื่อการเข้า-ออกอาคารแบบไร้บัตร และระบบจัดการผู้มาติดต่อดิจิทัล ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งความสะดวก ความคล่องตัว และความปลอดภัยขั้นสูง ควบคู่ไปกับการติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน เพื่อสุขภาวะที่ดี ตลอดจนการสร้างคุณค่าร่วมผ่านการเชื่อมต่อสิทธิประโยชน์ และกิจกรรมพิเศษสู่ชุมชนผู้ทำงานในอาคาร สร้าง Customer Experience ที่ประทับใจ และเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้อาคาร

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีดิจิทัล

  • CENTRAL PATTANA RESIDENCE คือ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวมศูนย์การบริหารจัดการที่อยู่อาศัยยุคใหม่ โดยนำเทคโนโลยีมาเพิ่มความสะดวกและลดความล่าช้าในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ระบบตรวจสอบและชำระค่าใช้จ่ายออนไลน์ ระบบแจ้งซ่อมแซมพร้อมติดตามสถานะ Real-time ไปจนถึงระบบแจ้งเตือนพัสดุอัจฉริยะ ควบคู่ไปกับการติดตั้งระบบจัดการผู้มาติดต่อ เพื่อยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงในพื้นที่ส่วนกลาง เป็นการเพิ่มช่องทางในการติดต่อสื่อสารให้ลูกบ้านเชื่อมต่อกับผู้บริหารโครงการได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงประโยชน์ในด้านการฝากขาย หรือฝากเช่าห้องชุด

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีดิจิทัล

  • Central Pattana SERVE คือ แพลตฟอร์มดิจิทัลแบบ B2B ให้บริการ One Stop Service สำหรับผู้เช่าพื้นที่ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัฒนา ให้บริการในการทำธุรกรรมต่าง ได้แก่ การตรวจสอบข้อมูลการเช่า ชำระเงินออนไลน์ ขอใบแจ้งหนี้ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี บันทึกยอดขาย สะสมยอดซื้อให้กับลูกค้า และการแจ้งซ่อม เพิ่มบริการ แจ้งซ่อมออนไลน์, บันทึกยอดขาย, และจัดเก็บเอกสารภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดกระบวนการที่ซ้ำซ้อน และเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินธุรกรรม
  • ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt คือ แพลตฟอร์มการจัดทำและส่งมอบใบกำกับภาษีรวมถึงใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ โดยการนำส่ง ใบกำกับภาษี และใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านช่องทางอีเมล ซึ่งทำหน้าที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในการเพิ่มความรวดเร็ว แม่นยำ และลดความล่าช้าในกระบวนการทางบัญชีและการจัดการเอกสารทางภาษีระหว่างองค์กร ควบคู่ไปกับการยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกรมสรรพากรอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าวยังช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายความยั่งยืนโดยการเปลี่ยนสู่กระบวนการไร้กระดาษ 100% ซึ่งช่วยลดต้นทุนแฝงในการดำเนินงานของร้านค้าและลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกันอย่างเป็นระบบ

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีดิจิทัล

  • Vendor Portal ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการคู่ค้าอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ โดยนำเทคโนโลยีมาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในการลดขั้นตอนการทำงานและลดความล่าช้าในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่ระบบประกวดราคาดิจิทัล การส่งมอบและตรวจสอบสถานะใบสั่งซื้อ ไปจนถึงระบบติดตามการวางบิลชำระเงินออนไลน์แบบ Real-time ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ร่วมสร้างธรรมาภิบาลในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจร่วมกับคู่ค้าอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน - ระบบ Payment Request สำหรับงานจ้างเหมา และ ตรวจรับวัสดุ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการตรวจรับงานให้กับคู่ค้าในขั้นตอนการก่อสร้าง

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีดิจิทัล

  • ระบบ ‘Procurement Plus’ เป็นการพัฒนาระบบการสั่งซื้อใหม่ทดแทนระบบเดิม ช่วยให้การสั่งซื้อตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานมากขึ้น เนื่องจากสามารถค้นหารายการสินค้าโดยระบุคุณสมบัติได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาหน่วยงานจัดซื้อ
  • โครงการ Front-Operation Implementation & Transformation (Project FIT) ได้นำระบบ Salesforce™ เข้ามาช่วยในกระบวนการวางแผนการขายและให้เช่าพื้นที่ การจัดการบัญชีลูกค้า การบริหารจัดการพื้นที่ การให้ส่วนลด และการวางแผนรายได้ของศูนย์การค้า นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบ Smart Property เพื่อช่วยบริหารจัดการด้านอาคารสถานที่และงานซ่อมบำรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • Power BI และเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ ข้อมูลที่ได้รับจากกระบวนการวิเคราะห์ถูกนำไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ปรับปรุงกลยุทธ์ และเพิ่มศักยภาพในการตัดสินใจทางธุรกิจ
นวัตกรรมที่เกิดจากความร่วมมือกับคู่ค้าหรือหน่วยงานภายนอก

บริษัทฯ นำผลจากการรับฟังเสียงผู้มีส่วนได้เสียหลักมาวิเคราะห์ร่วมกับคู่ค้าในการปรับปรุง พัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการ เพื่อแก้ไขและนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ ให้กับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียนั้น ๆ โดยใช้วิธีการทดลองนำร่องรับความคิดเห็น ปรับปรุง วนซ้ำ แล้วจึงขยายผล โดยสามารถจำแนกการบริหารจัดการนวัตกรรมออกได้เป็น

  1. การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อสนับสนุนนวัตกรรม คือ การจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่จัดเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ในท้องตลาด อาทิ

    • หุ่นยนต์ทำความสะอาดเพื่อลดกำลังคนในการทำความสะอาดเมื่อศูนย์การค้าปิด
    • จอภาพ Visual Displayแบบโปร่งแสงซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในท้องตลาด ทดลองติดตั้งในเซ็นทรัล รามอินทรา
    • เครื่องย่อยสลายขยะเป็นน้ำทิ้ง (Grey Water) โดยความร่วมมือภายใต้โครงการ CSR ทดลองติดตั้งในเซ็นทรัล เวสต์เกต
  2. ร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ร่วมกัน อาทิ

    • ร่วมมือกับ SCG Building ในการทดลองติดตั้งระบบบำบัดอากาศเสียในศูนย์การค้านำร่อง เพื่อช่วยทำให้อากาศในอาคารดีขึ้นด้วยการดูดซับมลพิษที่เกิดขึ้นในอาคาร ช่วยให้อากาศภายในอาคารสะอาด และประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น
    • ร่วมมือกับไทวัสดุ และ Gulf ในการนำร่องติดตั้งระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์แบบสัมปทาน โดย Gulf ติดตั้งแผงผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคารไทวัสดุแล้วจ่ายไฟผ่านสายส่งมาให้กับเซ็นทรัล ศาลายา
ตัวอย่างนวัตกรรมที่เกิดจากความร่วมมือกับคู่ค้า ผู้รับเหมา และซัพพลายเออร์

ฝ่าย Construction Development บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจสู่ Net Zero ผ่านแนวคิด 'Sustainable Construction' ที่เน้นความแม่นยำและการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในช่วงการก่อสร้างโครงการ บริษัทฯ ตระหนักดีว่าการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนที่แท้จริงต้องอาศัยการยกระดับห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด จึงได้ผสานความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ร่วมกับกลุ่มคู่ค้า ผู้รับเหมาหลัก และซัพพลายเออร์ชั้นนำ เพื่อร่วมกันคิดค้น ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และสร้างสรรค์นวัตกรรมกระบวนการก่อสร้างที่ครอบคลุมมิติ ESG ระดับสากล อาทิ

  • นวัตกรรมวิศวกรรมโครงสร้างและวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ

    บริษัทฯ ผนึกกำลังร่วมกับซัพพลายเออร์ชั้นนำและสถาบันการศึกษาเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ความร่วมมือกับ บริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ในการนำเศษหัวเสาเข็มหน้างานเข้าสู่กระบวนการบดย่อยเพื่อแปรรูปเป็นหินรีไซเคิล (RCA: Recycled Concrete Aggregate) สำหรับใช้ทดแทนหินธรรมชาติในคอนกรีตหยาบ และความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMU) พัฒนา "Green Road" นวัตกรรมถนนรักษ์โลกจากพลาสติกรีไซเคิลผสมไบโอชาร์เพื่อช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการร่วมมือกับคู่ค้าในการเปลี่ยนระบบก่อสร้างเป็นเทคโนโลยีก่อสร้างสำเร็จรูป เพื่อลดขยะและฝุ่นละอองหน้าไซต์งานอย่างมีนัยสำคัญ

  • นวัตกรรมวิศวกรรมงานระบบเพื่อประสิทธิภาพพลังงาน

    ร่วมมือกับผู้รับเหมางานระบบวิศวกรรมประกอบอาคารประกอบอาคาร (หรือ MEP ได้แก่ Mechanical, Electrical และ Plumbing) ในการนำเข้าและติดตั้งเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนทางอ้อม (Scope 2) อาทิ ระบบหมุนเวียนอากาศประหยัดพลังงาน (ERV) เพื่อลดภาระเครื่องปรับอากาศ การคัดเลือกหม้อแปลงไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงพิเศษชนิด Low No-load Loss ร่วมกับซัพพลายเออร์ ซึ่งช่วยลดการสูญเสียพลังงานในระบบได้ถึง 25-50% รวมถึงการใช้อุปกรณ์ Advance Static VAR Generator (ASVG) เพื่อยกระดับคุณภาพไฟฟ้าและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ภายในอาคาร

  • นวัตกรรมข้อมูลและความโปร่งใสในกระบวนการก่อสร้าง

    สร้างมาตรฐานธรรมาภิบาลข้อมูลและความโปร่งใสตลอดกระบวนการก่อสร้างร่วมกับพันธมิตรเทคโนโลยี โดยร่วมมือกับ บริษัท ฟอร์ม บิม อคิเทค จำกัด นำเทคโนโลยี BIM (Building Information Modeling) มาใช้ในการวางแผนร่วมกับผู้รับเหมา เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการถอดแบบและลดความผิดพลาดหน้างาน พร้อมทั้งร่วมมือกับผู้รับเหมาและ วงษ์พาณิชย์สุวรรณภูมิ นำแอปพลิเคชันดิจิทัลมาใช้บันทึกข้อมูลการคัดแยกขยะต้นทางหน้าไซต์งานอย่างแม่นยำ เพื่อจัดทำรายงานปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ตรวจสอบได้

  • นวัตกรรมกระบวนการทางสังคมและสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน

    ยกระดับคุณภาพชีวิตและสวัสดิภาพของแรงงานก่อสร้าง โดยบริษัทฯ ร่วมมือกับ มูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก และกลุ่มคู่ค้าผู้รับเหมาหน้างาน นำชุดเครื่องมือตามมาตรฐานสากล Building Social Impact (BSI Framework) มาใช้ฝึกอบรมและวางแนวปฏิบัติในการดูแลแรงงานและครอบครัวในแคมป์คนงานอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยร่วมมือกับซัพพลายเออร์ในพื้นที่เพื่อจัดซื้อวัสดุก่อสร้างมาตรฐาน ซึ่งช่วยลดระยะทางการขนส่งและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในส่วน Scope 3 ขององค์กร

การติดตามและประเมินผลนวัตกรรม

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการติดตามและประเมินผลของนวัตกรรมที่พัฒนา โดยใช้ตัวชี้วัดที่ชัดเจน เช่น การลดต้นทุนการดำเนินงาน การเพิ่ม ประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการให้บริการ รวมถึงการวัดระดับความพึงพอใจของลูกค้า การประเมินผลอย่างต่อเนื่องช่วยให้บริษัทฯ สามารถระบุจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุงของแต่ละโครงการนวัตกรรม ทำให้สามารถพัฒนาโซลูชันที่มีความยั่งยืนและสร้างคุณค่าในระยะยาว

แนวทางนวัตกรรมแบบยืดหยุ่น

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นและคล่องตัวในการบริหารจัดการนวัตกรรม โดยนำแนวคิด Agile Innovation มาใช้ในกระบวนการพัฒนาโซลูชันใหม่ ๆ แนวทางนี้ช่วยให้สามารถทดสอบและปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสามารถนำโครงการนำร่อง ในมิติดิจิทัลและมิติก่อสร้างสีเขียวไปทดลองใช้จริง และขยายผล ในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนองค์กรผ่านนวัตกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน พร้อมทั้งส่งเสริมความยั่งยืนในระดับองค์กร ชุมชน และสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานด้านนวัตกรรมทั้งหมด ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม แบรนด์ร้านค้าพันธมิตร และระบบนิเวศทางธุรกิจ ในระยะยาวอย่างแท้จริง

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ผู้ประกอบการร้านค้า ผู้เช่าอาคาร ลูกค้า โครงการที่พักอาศัย
พนักงาน
ลูกค้า
คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ